ทำความรู้จัก USB Type-C (USB-C) คืออะไร? ดีกว่า USB แบบเดิมๆ แค่ไหน?
ทำความรู้จัก USB Type-C (USB-C) คืออะไร? ดีกว่า USB แบบเดิมๆ แค่ไหน?

ทำความรู้จัก USB Type-C (USB-C) คืออะไร? ดีกว่า USB แบบเดิมๆ แค่ไหน?

ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อุปกรณ์ไอทีต่างๆ คงไม่มีใครไม่รู้จักกับพอร์ตยอดฮิต ก็คือพอร์ต USB ถือว่าเป็นช่องทางพื้นฐานในการเชื่อมต่อที่สำคัญ ในปัจจุบันนี้เรียกว่าอุปกรณ์ไอทีหลากหลายชนิดจะต้องรองรับการเชื่อมต่อผ่านสาย USB ไม่ว่าจะใช้ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลต่างๆ หรือไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ก็ตาม

พอร์ต USB
พัฒนาการพอร์ต USB
ที่มา : http://www.soulquestion.com/usb-history

โดยตัว USB เอง ก็มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน ไม่เพียงแต่รูปร่างเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแปลงในด้านความสามารถในด้านอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการถ่ายโอนไฟล์ที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และล่าสุดก็มีมาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่อย่าง USB Type-C หรือ USB-C เข้ามาให้ใช้งานกันแล้ว และต่อไปอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะทยอยปรับเปลี่ยนมาใช้ USB Type-C กันมากขึ้นตามลำดับ แต่ก่อนที่เราจะไปรู้จัก USB Type-C มาลองศึกษากันดูก่อนดีกว่าว่า USB นั้น มีกี่แบบ และแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร

พอร์ต USB-C คือ พอร์ตเชื่อมต่อ USB ที่ถูกพัฒนาในมาตรฐานใหม่ โดยใช้ชื่อว่า USB Type-C หรือ USB-C ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี USB เวอร์ชัน 3.1 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถรองรับพลังงานได้สูงสุดถึง 100W มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 40 Gb/วินาที และจะเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการไอที และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานพอร์ต USB ที่จะต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับการใช้งาน ส่วน USB Type-C มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก USB ของเก่าอย่างไร และจะมีคุณสมบัติใดที่เหนือกว่า USB รุ่นเก่าบ้าง ต้องตามไปดูกัน

พอร์ต USB-C
พอร์ต USB-C
ที่มา : https://www.thaimobilecenter.com/

1.ใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

เรียกว่าเป็นที่น่าสับสนไม่น้อย ถ้าหากต้องการเลือกซื้อสาย USB สักเส้น รวมถึงเมื่อเชื่อมต่อ USB เข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ เรียกว่าทุกคนอาจจะเคยพบปัญหาเกี่ยวกับการเสียบผิดด้าน เสียบไม่เข้า จนกระทั่งต้องเพ่งให้ดีกว่าเดิม ถึงจะเสียบเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ได้

แต่สำหรับปัญหาด้านบนจะหมดไป เพราะ USB Type-C หัวเชื่อมต่อสามารถเสียบได้ทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะพลิกด้านบน หรือด้านล่าง คราวนี้ก็สามารถเสียบได้อย่างง่ายดาย ผิดกับ USB รุ่นก่อนๆ ที่จะต้องเสียบให้ถูกด้านนั่นเอง

2. ถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้เร็วกว่าเดิม

โดยหัวการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C จะค่อนข้างมีลักษณะ และขนาดที่ใกล้เคียงกับ USB Type-B micro ซึ่ง USB Type-C มาพร้อมกับเทคโนโลยีเวอร์ชัน 3.1 ที่สามารถถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลได้สูงสุดถึง 10 Gbps เรียกว่าสามารถถ่ายโอนไฟล์ได้เร็วกว่าเดิมเป็นสองเท่าของ USB เวอร์ชัน 3.0 ที่สามารถถ่ายโอนไฟล์ได้ที่ 5 Gbps จึงทำให้ USB Type-C มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมสำหรับการถ่ายโอนไฟล์ใหญ่ๆ อย่างเช่นวิดีโอความละเอียด 4K หรือการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับสมาร์ททีวี เพื่อเล่นเกมที่ต้องรองรับการการโอนข้อมูลจำนวนมากก็ตาม

3. รองรับการจ่ายไฟที่มากกว่า

ด้วยเทคโนโลยี USB Power Technology จึงทำให้ USB Type-C สามารถรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 20V, 5A นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ใหญ่ๆ อย่างโน๊ตบุ๊คสามารถชาร์จผ่าน USB Type-C ได้เลย รวมถึงการถ่ายโอนไฟล์ก็สามารถทำได้ในเวลาเดียวกัน ส่วนบนอุปกรณ์พกพาอย่างเช่นสมาร์ทโฟน ผลพลอยได้นี้จึงทำให้สมาร์ทโฟนต่างๆ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วขึ้นนั่นเอง

สำหรับ USB Type-C ถือเป็นมารฐานใหม่ของสมาร์ทโฟน โดยในปัจจุบันมีการนำมาใช้งานอย่างหลากหลาย ทั้งในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง ไปจนถึงระดับกลาง และแท็บเล็ด รวมถึง iPad ของทาง Apple ซึ่งคาดว่าในอีกไม่นานก็จะมีการใช้งานในทุกผลิตภัณฑ์

ขอบคุณที่มา : เว็บไซต์ https://www.thaimobilecenter.com/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here