Face Recognition
Face Recognition

รู้จักเทคโนโลยี “จดจำใบหน้า” (Face Recognition) ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมเป็นอย่างมาก โดยการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัยหลายรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence-AI) ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของทั้งไทยและต่างประเทศต่อการนำมาประยุกต์ใช้กันแพร่หลาย  ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้นำเทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) มาใช้งานในด้านต่างๆ รวมทั้งในด้านระบบการรักษาความปลอดภัย

ที่มา https://www.freepik.com/

Face Recognition คือกระบวนการจดจำใบหน้า ซึ่งจะทำการเปรียบเทียบกับใบหน้าที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่เราได้เคยลงทะเบียนไว้ ซึ่งในปัจุบันวิธีที่ง่ายดายี่สุดคือการถ่าย selfies ที่เราทำกันอยู่ประจำนั้นเอง ทั้งนี้ เพื่อระบุว่าใบหน้าที่ตรวจจับได้ นั้น ตรงกับบุคคลใด โดยใช้ Algorithm ในการวิเคราะห์จากองค์ประกอบต่างๆที่อยู่บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น คิ้ว ตา ปาก ริมฝีปาก เป็นต้น เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบุ และยืนยันอัตลักษณ์บุคคลด้วยความรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถเพิ่มโอกาสในการต่อยอดความสำเร็จให้หลากหลายแวดวงธุรกิจได้ด้วย 

หลักการทำงานของ Face Recognition คือ การสร้างโมเดลการอ้างอิง ที่เรียกว่า “faceprint” ขึ้นมา โดยระบบจะวิเคราะห์จากลักษณะเฉพาะต่างๆ บนใบหน้า เช่น โครงหน้า ความกว้างของจมูก ระยะห่างระหว่างตาทั้งสองข้าง ขนาดของโหนกแก้ม ความลึกของเบ้าตา รวมถึงพื้นผิวบนใบหน้า (facial texture) เป็นต้น จากนั้น ระบบจะทำการสร้างจุดเชื่อมโยงบนใบหน้า (nodal points) เพื่อเปรียบเทียบกับรูปภาพที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล (data base) ทั้งในลักษณะภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อความแม่นยำในการระบุตัวตนของผู้ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

โดยทั่วไป Face Recognition มักถูกนำมาใช้ในขอบข่ายงานที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย เช่น ระบบตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกพื้นที่ (Access Control System) อาคารสำนักงาน พื้นที่ปฏิบัติการภายในสนามบิน สถาบันวิทยาศาสตร์และการแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง รวมถึงการใช้งานควบคู่กับกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบใบหน้าของผู้ต้องสงสัย เพื่ออ้างอิงกับฐานข้อมูลอาชญากร ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งสามารถประยุกต์ใช้กับระบบเก็บข้อมูลและบันทึกเวลาทำงาน (Time Attendance) ของพนักงานบริษัทได้อีกด้วย 

โดยทั่วไประบบรู้จำใบหน้าจะประกอบไปด้วย 2 ขั้นตอนคือ การตรวจจับใบหน้า (Face Detection) และการรู้จำใบหน้า (Face Recognition)

1. การตรวจจับใบหน้า (Face Detection) คือกระบวนการค้นหาใบหน้าของบุคคลจากภาพหรือวิดีโอ จากนั้นก็จะทำการประมวลผลภาพใบหน้าที่ได้สำหรับขั้นตอนถัดไปเพื่อให้ภาพใบหน้าที่ตรวจจับได้ง่ายต่อการจำแนก

2. การรู้จำใบหน้า (Face Recognition) คือกระบวนการที่ได้นำภาพใบหน้าที่ตรวจจับได้และประมวลผลแล้วจากขั้นตอนการตรวจจับใบหน้า มาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของใบหน้าเพื่อระบุว่าใบหน้าที่ตรวจจับได้ตรงกับบุคคลใด ดังนั้นโปรแกรมจดจำใบหน้า คือ ระบบที่ทำการวิเคราะห์ใบหน้าที่ถูกตรวจจับได้ในขณะที่เดินผ่านกล้องนั้นว่าตรงกับใบหน้าของบุคคลใด และทำการเปรียบเทียบกับภาพในฐานข้อมูลที่มี เทคโนโลยีการรู้และจำใบหน้า นอกจากจะนำมาใช้ในด้านรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้อีกหลากหลายกรณี เช่น ออฟฟิต ห้างสรรพสินค้า อาคารจอดรถ อีกทั้งยังสามารถที่จะนำมาใช้งานในด้านการวิเคราะห์การตลาดได้อีกหลายรูปแบบอาทิ

– พฤติกรรมลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน
– จำนวนลูกค้าเข้าร้าน
– ระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่ในร้าน
– การใช้เวลาหน้าชั้นวางสินค้า และจับอารมณ์ของลูกค้าเมื่อเดินผ่านชั้นวางสินค้า
– การให้บริการของพนักงาน

เพื่อนำข้อมูล (Big Data) ที่วิเคราะห์ออกมาแล้ว มาออกแบบเป็น Loyalty Program เช่น จัดทำโปรโมชั่น นำเสนอให้กับทางลูกค้า และทำให้สามารถคาดการณ์การสต็อกสินค้าแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ได้ถูกต้อง แม่นยำมากขึ้น เพื่อทำให้การบริหารจัดการสินค้าภายในร้านมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของ Face Recognition

 Face Recognition

1. เปิดบัญชีธนาคาร ยกตัวอย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศใช้ Facial Recognition e-KYC สำหรับเปิดบัญชีที่สาขา เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ให้ความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนของลูกค้า ลดความเสี่ยงและลดข้อผิดพลาดในการพิสูจน์ตัวตน ช่วยป้องกันมิจฉาชีพสวมรอยเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมการเงิน

นอกจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังมีอีกหลายธนาคารในประเทศไทยที่เตรียมนำระบบ Facial Recognition มาใช้เพื่อประโยชน์ของลูกค้าในลักษณะเดียวกัน อาทิ ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย เป็นต้น

2. แท็กชื่อเพื่อนใน Facebook อัตโนมัติ คนใช้ Facebook คงคุ้นเคยกันดีกับการแท็กชื่อเพื่อนให้โดยอัตโนมัติ ทันทีที่โพสต์ภาพเรากับเพื่อน ๆ โดยไม่ต้องพิมพ์ค้นหาชื่อเพื่อนให้เสียเวลา เป็นการประยุกต์ใช้ระบบ Face Recognition เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการแชร์เรื่องราวระหว่างเรากับเพื่อน

3. ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ แค่หยิบแล้วเดินออกได้เลย ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven สาขา True Digital Park เป็นร้านต้นแบบแห่งแรกที่ทดลองใช้ระบบ Face Recognition สำหรับสแกนใบหน้าลูกค้าที่เป็นสมาชิก All Member ทำให้ทุกครั้งที่ลูกค้ามาใช้บริการเมื่อซื้อสินค้าและจ่ายเงิน แค่หยิบสินค้าก็สามารถเดินออกจากร้านได้เลย โดยระบบจะตัดเงินผ่านบัตร All Member เองอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยพนักงานแคชเชียร์

สำหรับประเทศไทยกับการใช้ระบบ Face Recognition ในธุรกิจและบริการต่าง ๆ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่หากมองในต่างประเทศ ระบบ Face Recognition ได้ถูกนำไปใช้ในหลายธุรกิจ  เช่น Alipay แอปชำระเงินบนสมาร์ทโฟนของจีน ที่ใช้ระบบ Face Recognition มาใช้จ่ายค่าสินค้าและบริการ เรียกว่า Smile to Pay สแกนใบหน้าพร้อมรอยยิ้ม โดยเริ่มให้บริการแล้วที่ K Pro ร้านอาหารเพื่อสุขภาพในเครือ KFC เมืองหางโจว

อีกหนึ่งตัวอย่างหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซีย เริ่มหันมาใช้ระบบ Face Recognition ช่วยค้นหาและจับกุมผู้ร้าย นำร่องที่เกาะปีนังเมื่อต้นปีนี้ เป็นการใช้กล้องวงจรปิดบนเกาะปีนังที่มีอยู่ 767 ตัว รวมกับระบบ Face Recognition และ AI ที่พัฒนาโดย IBM

อ้างอิง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here